แพงสุดก็แพ้ได้!เปิดค่าตัว11ตัวจริงแมนซิตี้เกมดวลสเปอร์ส

11 ตัวจริงของ แมนฯ ซิตี้ ในนัดล่าสุดนั้น นับเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันสูงเป็นสถิติของ พรีเมียร์ลีก แถมซุ้มม้านั่งสำรองของพวกเขาก็มีค่าตัวรวมกันสูงมากๆ ด้วย

11 ตัวจริงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดที่ออกไปแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-1 ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันต่อ 1 เกม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 528.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 24,329.4 ล้านบาท)

    แมนฯ ซิตี้ ตั้งใจจะเก็บ 3 แต้มเพื่อประเดิมการป้องกันแชมป์ให้ได้จนส่งชุดที่ดีที่สุดลงเล่นในเกมกับ สเปอร์ส ซึ่งนั่นรวมถึงการให้ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่มีค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ลงเล่นเป็นตัวจริงด้วย ขณะที่คนค่าตัวสูงรายอื่นๆ ที่เป็นตัวจริงในเกมกับ สเปอร์ส ก็มีอย่างเช่น ริยาด มาห์เรซ ที่มีค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,760 ล้านบาท) และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ทาง แมนฯ ซิตี้ เคยจ่ายให้ ลิเวอร์พูล 49 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,254 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาร่วมทัพทั้งนี้ ขนาดตัวสำรองของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส ยังมีค่าตัวรวมกันอยู่ที่ 295.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,583.8 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยมีอย่างเช่น เควิน เดอ บรอยน์ ที่ แมนฯ ซิตี้ เคยควักเงินไป 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,484 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาเสริมแกร่ง และ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ที่มีค่าตัว 57 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,622 ล้านบาท) เป็นต้น

ค่าตัวของผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส
ตัวจริง
เอแดร์ซอน โมราเอส 34.9 ล้านปอนด์
ชูเอา กานเซโล่ 60 ล้านปอนด์
แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ 49.3 ล้านปอนด์
รูเบน ดิอาส 64.5 ล้านปอนด์
นาธาน อาเก้ 40 ล้านปอนด์
แฟร์นันดินโญ่ 30 ล้านปอนด์
อิลคาย กุนโดกัน 20.4 ล้านปอนด์
แจ็ค กรีลิช 100 ล้านปอนด์
ราฮีม สเตอร์ลิง 49 ล้านปอนด์
ริยาด มาห์เรซ 60 ล้านปอนด์
เฟร์ราน ตอร์เรส 20.8 ล้านปอนด์

ตัวสำรอง
แซ็ค สเตฟเฟ่น 5 ล้านปอนด์
ไคล์ วอล์คเกอร์ 50 ล้านปอนด์
จอห์น สโตนส์ 47.5 ล้านปอนด์
โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ 1.7 ล้านปอนด์
อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ 57 ล้านปอนด์
กาเบรียล เชซุส 28.6 ล้านปอนด์
โรดรี้ 62.5 ล้านปอนด์
เควิน เดอ บรอยน์ 54 ล้านปอนด์
แบร์นาร์โด้ ซิลวา 43 ล้านปอนด์

ปีแรกก็ขอเยอะซะแล้ว! “กรีลิช” ประกาศก้องนำแมนซิตี้ซิวแชมป์ชปล.

แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่งแถลงข่าวเปิดใจหลังจากที่ย้ายมาเล่นให้ “เรือใบสีฟ้า” พร้อมระบุเป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ และยืนยันเป้าหมายหลักคือการนำความสำเร็จสู่สโมสรโดยเฉพาะแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาปรารถนากันมานาน

 แจ็ค กรีลิช กองกลางทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเป้านำ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อให้คุ้มกับจำนวนเงินที่สโมสรทุ่มซื้อตนมาร่วมทีม
          ดาวเตะวัย 25 ปี สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษหลังย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวมหาศาล 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เพลย์เมกเกอร์ทัพ “สิงโตคำราม” มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ไปแล้วในเกมชิงโล่การกุศล ศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ พ่ายให้กับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 

         ล่าสุด กรีลิช มีโอกาสเปิดตัวกับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” เป็นครั้งแรก และได้นั่งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดใจเกี่ยวกับเป้าหมายของเขาในการย้ายมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ เพื่อสานฝันของต้นสังกัดให้เป็นจริงในการเป็นจ้าวยุโรป

 “สโมสรเกือบได้แชมป์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เมื่อปีที่ผ่านมา นั่นคือเหตุผลที่ผมย้ายมาที่นี่ มันเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมบอกกับผมตอนที่เราพูดคุยกัน ผมมองไปรอบๆ ห้องแต่งตัวและมีนักเตะพร้อมสวรรค์มากมาย”“รวมทั้งยังมีขุมกำลังเชิงลึกที่ทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเราสามารถทำสิ่งนี้ได้ในปีนี้ เรามีนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกหลายคน และขุมกำลังเชิงลึกในทุกๆ ตำแหน่งที่สุดยอดมากๆ เราคาดหวังที่จะคว้าแชมป์ในทุกๆ รายการสำหรับฤดูกาลนี้”  นอกจากนี้ กรีลิช ซึ่งอยู่กับ วิลล่า มาตลอดทั้งชีวิตโดยย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่ต้องตัดสินใจอำลาสโมสร “นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดของผม แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ มันเป็นโอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ และเล่นเคียงข้างนักเตะอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งผมได้ดูเขาเล่นมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา”

เปิดตัวกรีลิชกร่อย! 5 ประเด็นร้อนหลังเลสเตอร์ทุบแมนซิตี้คว้าโล่การกุศล

เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่แล้วสามารถสานต่อความสำเร็จได้ด้วยการซิวแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีหลังได้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ กดจุดโทษช่วงท้ายเกมให้ทีมเฉือนชนะแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นี่ถือเป็นแมตช์เรียกน้ำย่อยก่อนพรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลสัปดาห์หน้า เรามาเจาะลึกประเด็นที่น่าสนใจในเกมนี้กัน

1.แดนกลางไม่เป็นรองเรือใบ

ปกติทีมที่คุณภาพทีมเป็นรอง แมนฯ ซิตี้ มักจะเลือกตั้งรับอย่างอดทนและปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ครองบอลบุกเข้าใส่ แต่เกมนี้ต้องชมแดนกลางของ เลสเตอร์ ที่ไม่เป็นรองคู่แข่งเลย ถึงมิดฟิลด์ “เรือใบ” อาจจะไม่ใช่ผู้เล่นตัวจริงทั้งหมด แต่การมีสถิติครองบอลสูสีกับทีมของเป๊ปถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว

หลายคนคงจับตาไปที่ เจมส์ แมดดิสัน แต่สำหรับนัดนี้เขาไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นมากนัก บางทีอาจจะเป็นเพราะข่าวการย้ายทีมกับ อาร์เซน่อล หรือเปล่า? แต่คนที่ผลงานน่าประทับใจมากคือ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ผู้ซึ่งเป็นหัวใจในแดนกลางของ เลสเตอร์ อย่างแท้จริง เกมนี้เขาวิ่งพล่านไปทั่วสนาม หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ เกือบหลุดเข้าเขตโทษแต่ เอ็นดิดี้ วิ่งมากดดันจน มาห์เรซ​ ยิงออกไปไกล เป็นอีกครั้งทีแข้งไนจีเรียวัย 24 ปีโชว์ศักยภาพให้เราได้เห็นเต็มตา

2.เคนคงต้องมาแล้ว

เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้งาน แฟร์ราน ตอร์เรส ในตำแหน่ง “ฟอลส์ ไนน์” ซึ่งตัวนักเตะก็เคยมีผลงานน่าประทับใจกับบทบาทนี้ด้วยการซัดแฮตทริกใส่ นิวคาสเซิ่ล เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อย่างไรก็ตามการที่เขาเป็นแค่แข้ง “ดาวรุ่ง” วัย 21 ปีจึงไม่แปลกใจที่ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอซึ่งรวมถึงนัดนี้ด้วย เขาไม่มีโอกาสง้างยิงเลยสักครั้งเดียวจนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 และโอกาสยิงส่วนใหญ่ของทีมมาจากนักเตะริมเส้นทั้งนั้น

หากเปิดฤดูกาลแล้ว กาเบรียล เชซุส คงกลับมายึดตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าเหมือนเคยหรืออาจใช้ “ฟอลส์ ไนน์” อย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง หรือ แจ็ค กรีลิช ความจริงมันก็ไม่ได้แน่อะไรนักแต่ แมนฯ ซิตี้ และ เป๊ป ควรต้องมีกองหน้าระดับท็อปเพื่อยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้น และแฮร์รี่ เคน กองหน้าของสเปอร์สจะเป็นคำตอบของปัญหานี้แน่นอน

เป๊ป ออกมายอมรับตรงๆว่าสนใจ “แฮร์รี่ เคน” จริงแต่การเจรจากับ “ไก่เดือยทอง” คงยากลำบากแน่ แต่หลังจากความพ่ายแพ้เกม คอมมิวนิตี้ ชิลห์ คงทำให้กุนซือผลักดันดีลนี้ให้สำเร็จ ต้องรอดูกันว่า เคย จะได้ย้ายทีมหรือไม่

3.กรีลิชผิดหวังที่เวมบลีย์อีก

แจ็ค กรีลิช นักเตะเจ้าของค่าตัวสถิติพรีเมียร์ลีก 100 ล้านปอนด์ได้ประเดิมสนามในแมตช์นี้แล้ว โดยลงถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นเป็นริมเส้นฝั่งซ้ายแทน ซามูเอล เอโดซี่ ในนาทีที่ 65 ซึ่งการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองเป็นเรื่องไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะเพิ่งมาซ้อมกับทีมได้แค่วันเดียวเท่านั้น

ฟอร์มโดยรวมของเขาอาจจะยังไม่ได้มีอะไรน่าประทับใจนัก แต่ถือว่าลงมามีส่วนร่วมกับเกมรุกมากทีเดียว มีการโชว์ทักษะการเลี้ยงจี้กองหลังอยู่บ้าง มีสร้างโอกาสได้ครั้งหนึ่งด้วย คงต้องให้เวลาเขาปรับตัวกับทีมอีกสักหน่อย

อย่างไรก็ตาม กรีลิช ถือว่าโชคร้ายทีเดียวที่ชิงแชมป์ 2 ครั้งใน 2 เดือนที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม แต่ชวดหมดทั้งแชมป์ยูโร 2020 และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ โดยทั้งสองเกมก็ทำได้แค่นั่งตัวสำรองและถูกเปลี่ยนตัวมาลงมา หลังจากนี้คงเป็นบทพิสูจน์ของตัวเขาเองแล้วว่าจะทำให้คุ้มค่าตัว 100 ล้านปอนด์ได้หรือไม่

4.จิ้งจอกต้องเสริมหลังบ้าน

การบาดเจ็บรุนแรงของ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ในเกมอุ่นเครื่องกับ บียาร์เรอัล เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เสียหายใหญ่หลวงทีเดียวและยังทำให้ผู้จัดการทีมเจอปัญหาในการจัดตัวลงเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

จอนนี่ อีแวนส์ ปราการหลังตัวเก๋ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่ทำให้เหลือเซนเตอร์แบ็กแค่ ซากลาร์ โซยุนชู ให้ใช้งานเพียงคนเดียว ดังนั้น ร็อดเจอร์ส ก็แก้ปัญหาด้วยการใช้กองกลางอย่าง แดเนียล อมาร์ตีย์ ถอยมาลงเล่นแทน

ถึง อมาร์ตีย์ จะทำผลงานดีในการป้องกันเกมรุก แมนฯ ซิตี้ แต่เชื่อว่าผู้จัดการทีมคงไม่ได้ใช้เขาในตำแหน่งนี้ระยะยาวแน่ ความจริง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ก็สามารถเล่นเป็นกองหลังได้เช่นกัน ทว่ามันคงดีกว่าถ้าให้เขาเล่นกองกลางที่ถนัด ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ก็ยังไม่รู้ว่าจะฟิตสมบูรณ์เมื่อไหร่ ดังนั้น เลสเตอร์ คงต้องหากองหลังเข้ามาเสริมทัพเพื่อให้ขุมกำลังมีตัวเลือกมากขึ้นเพราะอย่าลืมพวกเขาต้องเล่น ยูโรปา ลีก ด้วย

5.เรือใบต้องรีบฟื้น

ความผิดหวังจากการชวดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วรวมถึง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ นัดนี้น่าจะทำให้ความมั่นใจของแข้งแมนฯ ซิตี้ถูกบั่นทอนไปพอสมควรซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เป๊ป คงต้องเรียกสมาธิลูกทีมกลับมาโดยเฉพาะบรรดาดาวรุ่ง อาทิ โคล พาลเมอร์ และ ซามูเอล เอโดซี่ ที่เจอประสบการณ์ความผิดหวังในเกมใหญ่เป็นครั้งแรก

“เรือใบ” คงต้องรีบฟื้นฟูสภาพจิตใจเพราะพวกเขาต้องเจองานหนักอึ้งในใน 7 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021/22 ซึ่งต้องปะทะกับทีมใหญ่ทั้ง สเปอร์ส (เยือน), อาร์เซน่อล (เหย้า), เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน), เชลซี (เยือน) และ ลิเวอร์พูล (เยือน) รอดูกันว่าแชมป์เก่าจะเปิดซีซั่นได้ดีแค่ไหน

ชมบทสรุปจากเวมบลีย์ ส่งตรงโดย “ไก่ป่า” ชี้เป็นชัยชนะที่คู่ควรของเลสเตอร์ ส่วน แมนฯ ซิตี้ ปีนี้ ภารกิจป้องแชมป์ไม่ง่ายแน่ เพราะอะไร ไปฟัง!

ชมวินาทีที่นักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ เฉลิมฉลองแชมป์ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2021 เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 50 ปี

“คุณต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นปลื้มสุดๆ หลังได้ฉลองต่อเนื่องที่ เวมบลีย์ จากที่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ จนได้ชูโล่ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ หนแรกในรอบครึ่งศตวรรษ

“กรีลิช” ยก “เป๊ป” เป็นเหตุผลเลือกซบเรือใบ

แจ็ค กรีลิช แนวรุกป้ายแดงแมนฯซิตี้ ยกการร่วมงาน เป๊ป กวาดิโอลา เป็นเหตุผลเลือกย้ายซบเรือใบสีฟ้า

แจ็ค กรีลิช แนวรุกดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่พึ่งเปิดตัวย้ายซบ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จาก แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ สัญญา 6 ปี

แนวรุกเบอร์ 10 ป้ายแดงของแมนฯซิตี้ เปิดใจหลังการที่จะได้ร่วมงานกับ เป๊ป กวาดิโอลา ว่า “การเล่นภายใต้ผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกเป็นสิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้จริงๆ”

“เมื่อผมมาที่นี่เมื่อเช้านี้ ผมได้พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับตำแหน่งในทีมเป็นเวลานาน มันล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องฟุตบอลทั้งหมด มันเป็นการพูดคุยในเชิงบวกมาก ๆ มันแสดงให้เห็นว่าทำไมผมถึงอยากมาลงเล่นภายใต้การคุมทีมของเขา”

“ผมไม่เคยได้ยินอะไรนอกจากคำพูดดี ๆ เกี่ยวกับเขา จากเด็ก ๆ ที่อังกฤษ และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เริ่มต้น ในท้ายที่สุด มันเป็นสิ่งที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ผมหวังว่ามันจะประสบความสำเร็จ” แนวรุกป้ายแดงแมนฯซิตี้ กล่าว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังสร้างความฮือฮา……….

การทุ่มเงินมหาศาลถึง 100 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังสร้างความฮือฮาในการทุ่มเงินมหาศาลถึง 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว แจ็ค กรีลิช จอมทัพ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า มาเสริมทัพ

การย้ายทีมที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการลูกหนังที่ทั้งโลกน่าจับตามอง “แจ็ค กรีลิช” มา แมนฯ ซิตี้

ในซัมเมอร์นี้ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่ได้สตาร์มาเสริมทัพเลย แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ “เรือใบสีฟ้า” เข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะจะสร้างความฮือฮาอย่างแน่นอน เมื่อ แมนซิ จะซื้อ “แจ็ค กรีลิช”

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวลูกหนังคนดัง เผยว่า แมนฯ ซิตี้ กำลังเดินหน้าไล่ล่าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ “สิงห์ผงาด” ก็หวังยื้อให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไป “เรือใบสีฟ้า” มีข่าวกับ กรีลิช มาสักพักแล้ว และมีรายงานว่า ค่าตัวของดาวเตะวัย 25 ปี อาจจะพุ่งสูงถึงระดับ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยที่ล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ได้ยื่นซื้อแล้วด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นเงิน 75 ล้านปอนด์ซื้อ “แจ็ค กรีลิช” จากวิลล่า

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นเงิน 75 ล้านปอนด์+โบนัส

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นข้อเสนอชิ้นแรกที่วงเงิน 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,450 ล้านบาท) + โบนัส ไปทาบซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลางซูเปอร์สตาร์ แอสตัน วิลล่า ถึงแม้ “สิงห์ผงาด” ตั้งค่าหัว กรีลิช ไว้สูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ก็ตาม(Daily Mail)

7 เป้าหมาย แมนฯ ซิตี้ สืบทอดตำนานดาวยิง อเกโร่ – FEATURE

เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่อาจจะต้องลงทุนซื้อกองหน้าตัวใหม่เข้ามาเสริมทัพด้วยเช่นกัน สำหรับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกจากเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เนื่องจาก เซร์คิโอ อเกโร่ ได้ตัดสินใจทิ้งความเป็นตำนานดาวยิงแห่งถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ในช่วงหลังหมดสัญญา เพื่อย้ายไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า แบบไม่มีค่าตัวเรียบร้อยแล้ว จึงมีข่าวว่าได้เล็งเป้าหมายที่มีฝีเท้าระดับพระกาฬเอาไว้ถึง 7 รายตามรายชื่อดังต่อไปนี้เลย

แฮร์รี่ เคน

เริ่มต้นกันด้วย แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 28 ปีของ สเปอร์ส ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงเจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกจากเมื่อฤดูกาลก่อนด้วย และมีใจอยากย้ายไปค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่อยู่แล้ว เพราะว่าอยากจะประสบความสำเร็จได้ชูถ้วยแชมป์กับเขาบ้าง แม้จะมีค่าตัวตามข่าวสูงถึง 100 ล้านปอนด์แน่ๆ แต่ว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับทีมมหาเศรษฐีแห่งลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอยู่แล้ว ยกเว้นเสียแต่ว่าจะตัดสินใจหันไปหากองหน้าฝีเท้าดีรายอื่นๆ ที่เป็นเป้าหมายอยู่ด้วยเช่นกัน

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์

ส่วนรายต่อมาก็คือ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์วัย 20 ปีของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งพร้อมย้ายไปค้าแข้งกับทีมใหญ่ๆ อยู่แล้ว เนื่องจาก มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์คนดังได้มองหาลู่ทางให้นักเตะในความดูแลเอาไว้แล้ว แต่อาจจะติดปัญหาในเรื่องของค่าตัว โดยทีมต้นสังกัดเคยประกาศเอาไว้ว่าพร้อมขายช่วงซัมเมอร์นี้ในราคา 140 ล้านยูโรเลยทีเดียว จึงไม่น่าจะมีทีมไหนยอมทุ่มเงินจำนวนดังกล่าวแน่ๆ และน่าจะพร้อมใจกันรอดึงตัวในช่วงกลางปีหน้ามากกว่า เพื่อให้ค่าตัวลดลงเหลือเพียง 75 ล้านยูโรตามเงื่อนไขในสัญญาที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางปี 2022 นั่นเอง

โรเมลู ลูกากู

ขณะที่ โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมวัย 28 ปีของ อินเตอร์ มิลาน เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายตามหน้าสื่อด้วยเช่นกัน และเคยผ่านการค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกมาแบบโชกโชนเลยด้วย เพราะเคยยืนล่าตาข่ายให้กับ เชลซี, เวสต์บรอมวิช, เอฟเวอร์ตัน รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนต็ด มาก่อน โดยคาดว่าทีมต้นสังกัดพร้อมตัดใจขายได้เหมือนกัน หากได้รับข้อเสนอที่ยากเกินกว่าจะตอบปฏิเสธ เพราะกำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินอยู่พอดี จึงน่าจะมีค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 100 ล้านยูโร

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

ไปต่อกันด้วย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าวัย 23 ปีของ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเป็นที่หมายปองของบรรดาทีมใหญ่ๆ ด้วยเหมือนกัน หลังผนึกกำลังกับ โรเมลู ลูกากู คู่หูในแนวรุก และช่วยกันยิงประตูเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนได้แบบเป็นกอบเป็นกำเลย โดยมีข่าวว่าทีมต้นสังกัดพร้อมพิจารณาขายตามข้อเสนอที่เหมาะสม เพื่อนำค่าตัวมาช่วยจุนเจือฐานะทางการเงินของสโมสร จึงคาดว่าน่าจะมีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 80 ล้านยูโร

อองตวน กรีซมันน์

ส่วนในรายของ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสวัย 30 ปีของ บาร์เซโลน่า มีข่าวว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายด้วยเช่นกัน เพราะเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแนวรุกที่เล่นเป็นตัวริมเส้น รวมถึงกองหน้าตัวต่ำได้ด้วย และมีรายงานว่าทีมต้นสังกัดปัจจุบันพร้อมตัดสินใจขายตามข้อเสนอที่สมเหตุสมผล เพื่อนำค่าตัวมาช่วยพยุงฐานะการเงินของสโมสรที่กำลังมีปัญหาอยู่พอดี โดยคาดว่าจะค่าตัวอยู่ที่ราวๆ 60 ล้านยูโร

แดนนี่ อิงค์ส

ไปต่อกันที่ แดนนี่ อิงค์ส กองหน้าชาวอังกฤษวัย 28 ปีของ เซาแธมป์ตัน แม้จะไม่ใช่แข้งดังระดับโลก แต่ได้ฝากผลงานยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้แบบต่อเนื่อง และพร้อมตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับทีมใหญ่ๆ อีกด้วย เพราะได้ปฏิเสธการต่อสัญญาใหม่กับทีมต้นสังกัดปัจจุบันไปแล้ว จึงพร้อมเก็บข้าวของย้ายทีมในช่วงหมดสัญญาตอนกลางปีหน้าแบบฟรีๆ ได้เหมือนกัน

ลิโอเนล เมสซี่

ปิดท้ายด้วย ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าวัย 33 ปีที่หมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงสามารถย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวได้เลย แต่อาจจะติดปัญหาเรื่องค่าเหนื่อยที่มีมูลค่าสูงมากๆ เพราะได้รับค่าแรงจากทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนสูงถึงสัปดาห์ละ 500,000 ปอนด์เลยทีเดียว และมีรายงานว่าพร้อมเซ็นสัญญากับทีมเดิมอีกครั้ง เพื่อยืนล่าตาข่ายคู่กับ เซร์คิโอ อเกโร่ เพื่อนร่วมชาติเดียวกันเหมือนอย่างตอนที่รับใช้บ้านเกิด เพราะได้ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็นสมาชิกใหม่ของ บาร์ซ่า เรียบร้อยแล้วด้วย

เป๊ปมีกลุ้ม!แข้งเยาวชนแมนซิตี้ติดโควิดกระทบเกมอุ่นเปรสตัน

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ ระบุ นักเตะเยาวชน 5 คนของ แมนฯ ซิตี้ ติดเชื้อโควิด-19 จนจำเป็นต้องปิดการใช้งานสนามซ้อมบางส่วน พร้อมกับทำให้แข้งรุ่นเยาว์ที่ไม่ติดเชื้อต้องถูกกักตัว และมันก็ส่งผลให้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กลุ้มไปด้วย เพราะเดิมทีเขาคิดที่จะใช้งานแข้งบางคนจากทีมชุดเด็กสำหรับเกมอุ่นเกือกกับ เปรสตันฯ

 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จำเป็นต้องปิดการใช้งานบางส่วนในสนามซ้อม หลังจากที่นักเตะระดับอะคาเดมี่ 5 คนของพวกเขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูง    ทั้งนี้ นอกจากมีการปิดการใช้งานบางส่วนในสนามซ้อมแล้วนั้น แมนฯ ซิตี้ ยังจัดการให้มีการทำความสะอาดสนามซ้อมทุกซอกทุกมุมเพื่อกำจัดเชื้อที่อาจจะอยู่ภายในสนามซ้อมด้วย ส่วนพวกคนที่ไม่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อก็จำเป็นต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน    เรื่องในครั้งนี้ส่งผลกับการเก็บตัวของ แมนฯ ซิตี้ ชุดใหญ่ด้วย เพราะเดิมที โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า” ตั้งใจจะใช้งานแข้งดาวรุ่งบางคนในเกมอุ่นเครื่องกับ เปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์ วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแข้งเหล่านั้นจะสามารถลงเล่นในเกมกับ เปรสตัน ได้รึเปล่า โดยทีมของ กวาร์ดิโอล่า มาซ้อมช่วงปรี-ซีซั่นกันตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมาแล้ว

”ม้าลาย” ล็อคเป้าคว้า ”เชซุส” จาก ”เรือใบ”

มีรายงานเปิดเผยว่า ยูเวนตุส ต้องการที่คว้าตัว กาเบรียล เชซุส กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

เชซุส ย้ายจาก พัลไมรัส มาอยู่กับทาง ”เรือใบสีฟ้า” เมื่อช่วงปี 2017 นับตั้งแต่ย้ายมาเจ้าตัวยังไม่สามารถทําผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย จนมีข่าวว่าอาจถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในช่วงตลาดซื้อขายหน้าร้อนนี้

ล่าสุดจากรายงานของ Tuttosport เผยว่าศูนย์หน้าบราซิเลี่ยน กลายมาเป็นรายชื่ออันดับหนึ่งของลิสต์กองหน้าที่ทาง ยูเวนตุส ต้องการจะดึงตัวมาเสริมทีม

นอกเหนือจาก เชซุส แล้วยังให้ความสนใจ ดูซาน วลาโฮวิช,อันเดรีย เบล็อตติ และ มอยส์ คีน ด้วยเช่นกัน