เรือผิดฟอร์ม!สิ่งที่อยากบอกหลังเกมสเปอร์สดับแมนซิตี้

    เมื่อสำเภาเศรษฐีอัปปางที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม นี่คือสิ่งที่ผู้ชมทางบ้านอย่างอยากจะบอกอย่างกระชับๆ

    1 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปล่อยของแพงอย่าง แจ็ค กรีลิช ลงมาอวด แต่ยังไม่มีตัวหลักอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และเอ่อ..อ..อ..แฮร์รี่ เคน

ขณะที่เจ้าถิ่นก็ยังไม่มี แฮร์รี่ เคน เช่นกัน

  2 เห็นแผงหลังของ สเปอร์ส แล้วขอเรียนว่าไม่น่าเอาอยู่ โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ฯ อย่าง ดาวิซอน ซานเชซ กับ เอริก ดายเออร์

ช่วง 25 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายบุกกระหน่ำอยู่ข้างเดียวจนน้องไก่เป๋ไปก็เป๋มา แต่จังหวะสุดท้ายดันไม่เด็ดขาดเอง จึงเอาโอกาสงามๆ ไปยัดลงชักโครกหมด

หลังจากนั้น สเปอร์ส ก็เริ่มตั้งหลักได้ ก่อนตอบโต้แบบเจ็บๆ เป็นระยะ

วิธีการของพวกน้องไก่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คือถอยตั้งรับ ให้แดนกลางบดบี้พลางเข้าบอลหนักๆ แล้วสวนกลับเร็วโดยใช้ตัวรุก 3 คนช่วยกัน

สตีเว่น เบอร์กไวน์ กับ ลูคัส มูร่า โดยมีทีเด็ดอยู่ที่กองหน้าตัวเป้าอย่าง ซน ฮึง มิน

3 แมนฯ ซิตี้ ครองบอลบุกมากกว่าตามเชิงก็จริง แต่เล่นกันผิดฟอร์มไปหน่อย เฉพาะอย่างยิ่งจังหวะสุดท้ายที่ขาดๆ เกินๆ ไม่ได้สร้างความกดดันให้เจ้าบ้านสักเท่าไหร่

ส่วน สเปอร์ส นั้นกลับกัน เกมรับไม่พลาดง่ายๆ ตรงกลางก็แน่นมาก เพราะมีทั้ง ฮอยแบร์ก, ฮอยเบียร์จ, ฮอยเบิร์ก และฮอยเบียร์ เชี่ย…ตกลงจะพากย์ว่าอะไรก็น่าจะตกลงกันก่อน

ที่สำคัญคือพวกเขาทุ่มเท 80 ตีนถีบเหมือนเคียดแค้น แมนฯ ซิตี้ ที่จะมาพราก ‘เจ้าชายแฮร์รี่’ ของพวกเขาไป

4 แจ็ค กรีลิช ยังใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเล่นมากกว่าเล่นเป็นทีมเวิร์คตามระบบของทีมนะครับ

ฟอร์มการเล่นอาจไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ถึงกับเลอเลิศ แถมตอน เดอ บรอยน์ ลงมาจะเห็นได้ว่ามีอิทธิพลต่อเกมมากกว่าอย่างชัดเจน

สุดท้ายคนที่แย่งซีนไปหมดคือ ‘ตี๋ซน’ ที่แสดงให้เห็นว่าเพียงลำพังก็สามารถเล่นงานเกมรับของ แมนฯ ซิตี้ ให้ปั่นป่วนได้

5 แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่หากโดนก่อนมักจะหาทางกลับมาจากป่าช้าไม่ค่อยเจอนะครับ ยิ่งเป็นแชมป์เก่า ยิ่งเจองานหนักขึ้น

อย่างไรก็ตาม

ซีซั่นที่แล้ว พวกเขาก็แพ้ไก่ที่นี่…มิใช่หรือ ???

บางทีความปราชัยอาจเร่งให้พวกเขาต้องรีบ ‘เอานะ’ แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมเร็วๆ ด้วยซ้ำ

แพงสุดก็แพ้ได้!เปิดค่าตัว11ตัวจริงแมนซิตี้เกมดวลสเปอร์ส

11 ตัวจริงของ แมนฯ ซิตี้ ในนัดล่าสุดนั้น นับเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันสูงเป็นสถิติของ พรีเมียร์ลีก แถมซุ้มม้านั่งสำรองของพวกเขาก็มีค่าตัวรวมกันสูงมากๆ ด้วย

11 ตัวจริงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดที่ออกไปแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-1 ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันต่อ 1 เกม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 528.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 24,329.4 ล้านบาท)

    แมนฯ ซิตี้ ตั้งใจจะเก็บ 3 แต้มเพื่อประเดิมการป้องกันแชมป์ให้ได้จนส่งชุดที่ดีที่สุดลงเล่นในเกมกับ สเปอร์ส ซึ่งนั่นรวมถึงการให้ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่มีค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ลงเล่นเป็นตัวจริงด้วย ขณะที่คนค่าตัวสูงรายอื่นๆ ที่เป็นตัวจริงในเกมกับ สเปอร์ส ก็มีอย่างเช่น ริยาด มาห์เรซ ที่มีค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,760 ล้านบาท) และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ทาง แมนฯ ซิตี้ เคยจ่ายให้ ลิเวอร์พูล 49 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,254 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาร่วมทัพทั้งนี้ ขนาดตัวสำรองของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส ยังมีค่าตัวรวมกันอยู่ที่ 295.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,583.8 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยมีอย่างเช่น เควิน เดอ บรอยน์ ที่ แมนฯ ซิตี้ เคยควักเงินไป 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,484 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาเสริมแกร่ง และ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ที่มีค่าตัว 57 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,622 ล้านบาท) เป็นต้น

ค่าตัวของผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส
ตัวจริง
เอแดร์ซอน โมราเอส 34.9 ล้านปอนด์
ชูเอา กานเซโล่ 60 ล้านปอนด์
แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ 49.3 ล้านปอนด์
รูเบน ดิอาส 64.5 ล้านปอนด์
นาธาน อาเก้ 40 ล้านปอนด์
แฟร์นันดินโญ่ 30 ล้านปอนด์
อิลคาย กุนโดกัน 20.4 ล้านปอนด์
แจ็ค กรีลิช 100 ล้านปอนด์
ราฮีม สเตอร์ลิง 49 ล้านปอนด์
ริยาด มาห์เรซ 60 ล้านปอนด์
เฟร์ราน ตอร์เรส 20.8 ล้านปอนด์

ตัวสำรอง
แซ็ค สเตฟเฟ่น 5 ล้านปอนด์
ไคล์ วอล์คเกอร์ 50 ล้านปอนด์
จอห์น สโตนส์ 47.5 ล้านปอนด์
โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ 1.7 ล้านปอนด์
อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ 57 ล้านปอนด์
กาเบรียล เชซุส 28.6 ล้านปอนด์
โรดรี้ 62.5 ล้านปอนด์
เควิน เดอ บรอยน์ 54 ล้านปอนด์
แบร์นาร์โด้ ซิลวา 43 ล้านปอนด์

เป๊ปสวนกลับคล็อปป์-ชี้เจ้าของแมนซิตี้ไม่ได้หากำไรจากทีมตัวเอง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกโรงสวนกลับคำพูดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่บอกว่าทีมอื่น ๆ พร้อมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าผู้เล่นดัง ๆ เข้ามา โดยกุนซือสแปนิชมองว่าไม่ใช่เรื่องมีปัญหาอะไรกับการคว้าผู้เล่นราคาแพงในเมื่อพวกเขาสามารถทำได้ อีกทั้งยังเหน็บแนมอีกว่า เจ้าของทีมเรือใบสีฟ้า ไม่ได้ต้องการเข้ามาเพื่อหากำไรจากทีมตัวเอง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โต้กลับคำพูดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ที่บอกว่าทีมอื่น ๆ พร้อมทุ่มเงินไร้ขีดจำกัดเพื่อคว้าผู้เล่นชื่อดังเข้าสู่ทีม และถูกโยงไปที่ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,600 ล้านบาท เพื่อคว้า แจ็ค กรีลิช

คล็อปป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามเรื่องประเด็นว่า ลิเวอร์พูล เพิ่งคว้านักเตะใหม่มาแค่รายเดียว(อิบราฮิม่า โกนาเต้) ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า “หงส์แดง” ไม่มีเงินที่จะไปทุ่มคว้าผู้เล่นแพง ๆ เหมือนทีมอื่น ๆ ที่สามารถใช้เงินอย่างไรขีดจำกัด

ในเรื่องนี้เอง กวาร์ดิโอล่า ก็ออกมาพูดตอบกลับก่อนที่ตัวเองมีคิวพา “เรือใบสีฟ้า” ประเดิมสนาม พรีเมียร์ลีก นัดแรกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในคืนวันอาทิตย์ โดยบอกว่า สิ่งที่สโมสรทำไม่ใช่เรื่องผิด ทุกอย่างเป็นไปตามกฎการเงินที่ถูกตั้งไว้อยู่แล้ว

“เราซื้อ แจ็ค กรีลิช มาได้ก็เพราะว่าเราขายนักเตะได้ 60 ล้านปอนด์ ก็เท่ากับว่าเราจ่ายเงินไป 40 ล้านปอนด์ มิเช่นนั้น เราไม่สามารถทำได้หรอก”

“แต่ละสโมสรแนวทาง มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง ผมเคยพูดก็มาก่อนหน้านี้ มีเจ้าของทีมหลายคนที่ต้องการได้กำไรเพื่อตัวเอง แต่เจ้าของทีมเราไม่ได้ต้องการกำไร พวกเขาอยากจะลงทุนกับทีม หากเขาสามารถใช้เงินได้ เขาก็จะทำ”

“ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล กวาดแชมป์ลีกมามากมาย เพราะพวกเขาใช้เงินจำนวนมากกว่าทีมอื่น ๆ คุณยังจำได้ใช่ไหม? ตอนนั้น แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่มีเจ้าของเหมือนในตอนนี้ ใน อิตาลี ก็มี แบร์ลุสโคนี่(เอซี มิลาน) และ ปิเรลลี่ กับ อินเตอร์ ซึ่งพวกเขาก็จ่ายเงินไปมาก”

“ก่อนหน้านี้มีแค่หนึ่งหรือสองสโมสร แต่จากนั้นก็มีทีมอื่น ๆ เชลซี มี โรมัน อบราโมวิช ส่วนเราก็มี ชีค มันซูร์ พวกเขาต่างต้องการที่จะมาอยู่ในโลกใบนี้(ฟุตบอล) แล้วปัญหามันคืออะไรล่ะ? เราก็ถูกจำกัดด้วยกฏไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์”

“เราอยู่ในกฏเดียวกับทุกคน ซึ่งหากมีสโมสรใดต้องการใช้เงินมากกว่าทีมอื่น ๆ พวกเขาก็ทำได้ถ้าพวกเขาจะทำ หากเราทำผิด ก็พิสูจน์มาได้เลย”

แก้ไม่ตรงจุด!บาร์นส์ชี้แมนซิตี้ทำพลาดดึงกรีลิชร่วมทัพ

จอห์น บาร์นส์ อดีตยอดปีกของ ลิเวอร์พูล ระบุ ที่จริงแล้ว แมนฯ ซิตี้ ควรจะเอา แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมมากกว่า แจ็ค กรีลิช โดยมองว่าเดิมที “เรือใบสีฟ้า” ก็มีแข้งแบบเดียวกับ กรีลิช เยอะในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

จอห์น บาร์นส์ ตำนานปีกของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสริมทัพผิดจุดที่เอา แจ็ค กรีลิช มาร่วมทัพ เพราะคิดว่า แฮร์รี่ เคน น่าจะช่วยทีมได้มากกว่า

   กรีลิช กับ เคน คือ 2 คนที่ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ซิตี้ อย่างหนักตลอดช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ ก่อนที่สุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” จะปิดดีลกับ กรีลิช ได้ไปแล้ว แต่จากการที่พวกเขาเคยจ่ายเงินไปถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ในดีลของ กรีลิช ทำให้บางคนเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะไม่สามารถดึง เคน มาร่วมทัพได้อีกบาร์นส์ เผยว่า “แฮร์รี่ เคน น่าจะเป็นคนที่มีความสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า แจ็ค กรีลิช เยอะ ซิตี้ ไม่ได้ขาดคนที่มีความสร้างสรรค์ในการเล่นสักหน่อย พวกเขาสร้างโอกาสทำประตูได้มากมายก่ายกองจากนักเตะอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เควิน เดอ บรอยน์”

“แน่นอนว่าการเอา กรีลิช มาอยู่กับทีมได้ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าคือการที่พวกเขาต้องหากองหน้าตัวเป้าให้ได้ พวกเขาต้องการคนที่รับประกันวันจะทำประตูให้กีบทีมได้ กาเบรียล เชซุส มีฝีเท้าในระดับที่โอเค แต่เขาไม่ได้เก่งระดับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในขณะที่ แฮร์รี่ เคน คือคนที่จะรับประกันได้ว่าจะทำประตูให้ทีมได้เป็นกอบเป็นกำ”

“มันน่าสนใจมากๆ ในการรอดูว่า กรีลิช จะเข้ากับขุมกำลังชุดนี้ได้ยังไง เป๊ป จะยอมดร็อป ฟิล โฟเด้น, สเตอร์ลิง หรือแม้กระทั่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา งั้นเหรอ ? ซิตี้ ดึงนักเตะสไตล์เดียวกับที่พวกเขามีอยู่แล้วมาร่วมทีมซะอย่างนั้น ถึงแม้การเซ็นสัญญากับนักเตะชาวอังกฤษวัย 26 ปีมาร่วมทีมมันจะเป็นเรื่องดีต่ออนาคตของพวกเขา แต่เขาไม่ใช่คนที่จะทำให้ทีมเก่งขึ้นแบบทันทีได้ แต่ แฮร์รี่ เคน คือคนที่สามารถทำแบบนั้นได้”

ปีแรกก็ขอเยอะซะแล้ว! “กรีลิช” ประกาศก้องนำแมนซิตี้ซิวแชมป์ชปล.

แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่งแถลงข่าวเปิดใจหลังจากที่ย้ายมาเล่นให้ “เรือใบสีฟ้า” พร้อมระบุเป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ และยืนยันเป้าหมายหลักคือการนำความสำเร็จสู่สโมสรโดยเฉพาะแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาปรารถนากันมานาน

 แจ็ค กรีลิช กองกลางทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเป้านำ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อให้คุ้มกับจำนวนเงินที่สโมสรทุ่มซื้อตนมาร่วมทีม
          ดาวเตะวัย 25 ปี สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษหลังย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวมหาศาล 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เพลย์เมกเกอร์ทัพ “สิงโตคำราม” มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ไปแล้วในเกมชิงโล่การกุศล ศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ พ่ายให้กับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 

         ล่าสุด กรีลิช มีโอกาสเปิดตัวกับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” เป็นครั้งแรก และได้นั่งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดใจเกี่ยวกับเป้าหมายของเขาในการย้ายมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ เพื่อสานฝันของต้นสังกัดให้เป็นจริงในการเป็นจ้าวยุโรป

 “สโมสรเกือบได้แชมป์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เมื่อปีที่ผ่านมา นั่นคือเหตุผลที่ผมย้ายมาที่นี่ มันเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมบอกกับผมตอนที่เราพูดคุยกัน ผมมองไปรอบๆ ห้องแต่งตัวและมีนักเตะพร้อมสวรรค์มากมาย”“รวมทั้งยังมีขุมกำลังเชิงลึกที่ทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเราสามารถทำสิ่งนี้ได้ในปีนี้ เรามีนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกหลายคน และขุมกำลังเชิงลึกในทุกๆ ตำแหน่งที่สุดยอดมากๆ เราคาดหวังที่จะคว้าแชมป์ในทุกๆ รายการสำหรับฤดูกาลนี้”  นอกจากนี้ กรีลิช ซึ่งอยู่กับ วิลล่า มาตลอดทั้งชีวิตโดยย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่ต้องตัดสินใจอำลาสโมสร “นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดของผม แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ มันเป็นโอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ และเล่นเคียงข้างนักเตะอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งผมได้ดูเขาเล่นมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา”

เปิดตัวกรีลิชกร่อย! 5 ประเด็นร้อนหลังเลสเตอร์ทุบแมนซิตี้คว้าโล่การกุศล

เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่แล้วสามารถสานต่อความสำเร็จได้ด้วยการซิวแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีหลังได้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ กดจุดโทษช่วงท้ายเกมให้ทีมเฉือนชนะแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นี่ถือเป็นแมตช์เรียกน้ำย่อยก่อนพรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลสัปดาห์หน้า เรามาเจาะลึกประเด็นที่น่าสนใจในเกมนี้กัน

1.แดนกลางไม่เป็นรองเรือใบ

ปกติทีมที่คุณภาพทีมเป็นรอง แมนฯ ซิตี้ มักจะเลือกตั้งรับอย่างอดทนและปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ครองบอลบุกเข้าใส่ แต่เกมนี้ต้องชมแดนกลางของ เลสเตอร์ ที่ไม่เป็นรองคู่แข่งเลย ถึงมิดฟิลด์ “เรือใบ” อาจจะไม่ใช่ผู้เล่นตัวจริงทั้งหมด แต่การมีสถิติครองบอลสูสีกับทีมของเป๊ปถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว

หลายคนคงจับตาไปที่ เจมส์ แมดดิสัน แต่สำหรับนัดนี้เขาไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นมากนัก บางทีอาจจะเป็นเพราะข่าวการย้ายทีมกับ อาร์เซน่อล หรือเปล่า? แต่คนที่ผลงานน่าประทับใจมากคือ วิลฟรีด เอ็นดิดี้ ผู้ซึ่งเป็นหัวใจในแดนกลางของ เลสเตอร์ อย่างแท้จริง เกมนี้เขาวิ่งพล่านไปทั่วสนาม หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ เกือบหลุดเข้าเขตโทษแต่ เอ็นดิดี้ วิ่งมากดดันจน มาห์เรซ​ ยิงออกไปไกล เป็นอีกครั้งทีแข้งไนจีเรียวัย 24 ปีโชว์ศักยภาพให้เราได้เห็นเต็มตา

2.เคนคงต้องมาแล้ว

เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้งาน แฟร์ราน ตอร์เรส ในตำแหน่ง “ฟอลส์ ไนน์” ซึ่งตัวนักเตะก็เคยมีผลงานน่าประทับใจกับบทบาทนี้ด้วยการซัดแฮตทริกใส่ นิวคาสเซิ่ล เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อย่างไรก็ตามการที่เขาเป็นแค่แข้ง “ดาวรุ่ง” วัย 21 ปีจึงไม่แปลกใจที่ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอซึ่งรวมถึงนัดนี้ด้วย เขาไม่มีโอกาสง้างยิงเลยสักครั้งเดียวจนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 และโอกาสยิงส่วนใหญ่ของทีมมาจากนักเตะริมเส้นทั้งนั้น

หากเปิดฤดูกาลแล้ว กาเบรียล เชซุส คงกลับมายึดตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าเหมือนเคยหรืออาจใช้ “ฟอลส์ ไนน์” อย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง หรือ แจ็ค กรีลิช ความจริงมันก็ไม่ได้แน่อะไรนักแต่ แมนฯ ซิตี้ และ เป๊ป ควรต้องมีกองหน้าระดับท็อปเพื่อยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้น และแฮร์รี่ เคน กองหน้าของสเปอร์สจะเป็นคำตอบของปัญหานี้แน่นอน

เป๊ป ออกมายอมรับตรงๆว่าสนใจ “แฮร์รี่ เคน” จริงแต่การเจรจากับ “ไก่เดือยทอง” คงยากลำบากแน่ แต่หลังจากความพ่ายแพ้เกม คอมมิวนิตี้ ชิลห์ คงทำให้กุนซือผลักดันดีลนี้ให้สำเร็จ ต้องรอดูกันว่า เคย จะได้ย้ายทีมหรือไม่

3.กรีลิชผิดหวังที่เวมบลีย์อีก

แจ็ค กรีลิช นักเตะเจ้าของค่าตัวสถิติพรีเมียร์ลีก 100 ล้านปอนด์ได้ประเดิมสนามในแมตช์นี้แล้ว โดยลงถูกเปลี่ยนตัวลงมาเล่นเป็นริมเส้นฝั่งซ้ายแทน ซามูเอล เอโดซี่ ในนาทีที่ 65 ซึ่งการที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองเป็นเรื่องไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะเพิ่งมาซ้อมกับทีมได้แค่วันเดียวเท่านั้น

ฟอร์มโดยรวมของเขาอาจจะยังไม่ได้มีอะไรน่าประทับใจนัก แต่ถือว่าลงมามีส่วนร่วมกับเกมรุกมากทีเดียว มีการโชว์ทักษะการเลี้ยงจี้กองหลังอยู่บ้าง มีสร้างโอกาสได้ครั้งหนึ่งด้วย คงต้องให้เวลาเขาปรับตัวกับทีมอีกสักหน่อย

อย่างไรก็ตาม กรีลิช ถือว่าโชคร้ายทีเดียวที่ชิงแชมป์ 2 ครั้งใน 2 เดือนที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม แต่ชวดหมดทั้งแชมป์ยูโร 2020 และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ โดยทั้งสองเกมก็ทำได้แค่นั่งตัวสำรองและถูกเปลี่ยนตัวมาลงมา หลังจากนี้คงเป็นบทพิสูจน์ของตัวเขาเองแล้วว่าจะทำให้คุ้มค่าตัว 100 ล้านปอนด์ได้หรือไม่

4.จิ้งจอกต้องเสริมหลังบ้าน

การบาดเจ็บรุนแรงของ เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ในเกมอุ่นเครื่องกับ บียาร์เรอัล เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เสียหายใหญ่หลวงทีเดียวและยังทำให้ผู้จัดการทีมเจอปัญหาในการจัดตัวลงเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

จอนนี่ อีแวนส์ ปราการหลังตัวเก๋ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่ทำให้เหลือเซนเตอร์แบ็กแค่ ซากลาร์ โซยุนชู ให้ใช้งานเพียงคนเดียว ดังนั้น ร็อดเจอร์ส ก็แก้ปัญหาด้วยการใช้กองกลางอย่าง แดเนียล อมาร์ตีย์ ถอยมาลงเล่นแทน

ถึง อมาร์ตีย์ จะทำผลงานดีในการป้องกันเกมรุก แมนฯ ซิตี้ แต่เชื่อว่าผู้จัดการทีมคงไม่ได้ใช้เขาในตำแหน่งนี้ระยะยาวแน่ ความจริง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ก็สามารถเล่นเป็นกองหลังได้เช่นกัน ทว่ามันคงดีกว่าถ้าให้เขาเล่นกองกลางที่ถนัด ส่วน จอนนี่ อีแวนส์ ก็ยังไม่รู้ว่าจะฟิตสมบูรณ์เมื่อไหร่ ดังนั้น เลสเตอร์ คงต้องหากองหลังเข้ามาเสริมทัพเพื่อให้ขุมกำลังมีตัวเลือกมากขึ้นเพราะอย่าลืมพวกเขาต้องเล่น ยูโรปา ลีก ด้วย

5.เรือใบต้องรีบฟื้น

ความผิดหวังจากการชวดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วรวมถึง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ นัดนี้น่าจะทำให้ความมั่นใจของแข้งแมนฯ ซิตี้ถูกบั่นทอนไปพอสมควรซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก เป๊ป คงต้องเรียกสมาธิลูกทีมกลับมาโดยเฉพาะบรรดาดาวรุ่ง อาทิ โคล พาลเมอร์ และ ซามูเอล เอโดซี่ ที่เจอประสบการณ์ความผิดหวังในเกมใหญ่เป็นครั้งแรก

“เรือใบ” คงต้องรีบฟื้นฟูสภาพจิตใจเพราะพวกเขาต้องเจองานหนักอึ้งในใน 7 นัดแรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021/22 ซึ่งต้องปะทะกับทีมใหญ่ทั้ง สเปอร์ส (เยือน), อาร์เซน่อล (เหย้า), เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน), เชลซี (เยือน) และ ลิเวอร์พูล (เยือน) รอดูกันว่าแชมป์เก่าจะเปิดซีซั่นได้ดีแค่ไหน

ชมบทสรุปจากเวมบลีย์ ส่งตรงโดย “ไก่ป่า” ชี้เป็นชัยชนะที่คู่ควรของเลสเตอร์ ส่วน แมนฯ ซิตี้ ปีนี้ ภารกิจป้องแชมป์ไม่ง่ายแน่ เพราะอะไร ไปฟัง!

ชมวินาทีที่นักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ เฉลิมฉลองแชมป์ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2021 เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 50 ปี

“คุณต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เป็นปลื้มสุดๆ หลังได้ฉลองต่อเนื่องที่ เวมบลีย์ จากที่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ จนได้ชูโล่ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ หนแรกในรอบครึ่งศตวรรษ

การย้ายทีมที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการลูกหนังที่ทั้งโลกน่าจับตามอง “แจ็ค กรีลิช” มา แมนฯ ซิตี้

ในซัมเมอร์นี้ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่ได้สตาร์มาเสริมทัพเลย แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ “เรือใบสีฟ้า” เข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะจะสร้างความฮือฮาอย่างแน่นอน เมื่อ แมนซิ จะซื้อ “แจ็ค กรีลิช”

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวลูกหนังคนดัง เผยว่า แมนฯ ซิตี้ กำลังเดินหน้าไล่ล่าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ “สิงห์ผงาด” ก็หวังยื้อให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไป “เรือใบสีฟ้า” มีข่าวกับ กรีลิช มาสักพักแล้ว และมีรายงานว่า ค่าตัวของดาวเตะวัย 25 ปี อาจจะพุ่งสูงถึงระดับ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยที่ล่าสุด แมนฯ ซิตี้ ได้ยื่นซื้อแล้วด้วย

“โรมาโน่”ยัน“แมนฯซิตี้” ใกล้ปิดดีล“กรีลิช”

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยืนยัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใกล้ปิดดีลคว้า แจ็ค กรีลิช มาร่วมทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว  แจ็ค กรีลิช กองกลางทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทัพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ในการลุ้นป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก  ซึ่งล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวดังก็ได้รายงานว่า ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้มีการติดต่อกับ แอสตัน วิลล่า โดยตรงถึงเรื่องการคว้าตัว กรีลิช มาร่วมทีมและการเจรจาต่อรองกำลังดำเนินอยู่ และน่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยเฉพาะการตัดสินใจน่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ก็หวังที่จะเก็บ กรีลิช ไว้กับทีมต่อ และได้มีการยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ด้วยการทุ่มค่าเหนื่อยถึง 2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ให้ตัวนักเตะพิจารณาเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เตรียมเดินหน้าต่อสัญญาใหม่กับ เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งชาวบราซิล ด้วยการขยายสัญญาเพิ่มจากของเดิมออกไปอีก 3 ปี ซึ่งจะทำให้เขาอยู่เฝ้าเสาในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม จนถึงปี 2028 โดยผู้รักษาประตูวัย 27 ปี ถือเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีมนับตั้งแต่ย้ายมาจากเบนฟิก้า เมื่อปี 2017 และเป็นผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าดี สามารถเปิดเกมจากแนวรับได้ตามแบบที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการ

“แมนฯ ซิตี้ ทุ่ม 100 ล้านพร้อมแนบหนึ่งแข้งล่อ สเปอร์ส ปล่อย แฮร์รี เคน”

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาได้ทำการยืนข้อเสนอย่างเป็นทางการให้กับ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ พิจารณาเพื่อขอซื้อ แฮรืรี เคน มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์

ฟาบริซิโอ โรมาโน ผู้สื่อข่าวระดับเทียร์ 1 รายงานผ่านเฟซบุคของตัวเองว่า แมนฯ ซิตี้ ได้เสนอเงินจำนวน 100 ล้านปอนด์ให้กับ สเปอร์ส และพวกเขาพร้อมที่จะแถมนักเตะอย่างน้อย 1 รายเพิ่มเข้าไปในดีลนี้อีกด้วย

สื่อดังกล่าวระุบว่า ราฮีม สเตอร์ลิง, อายเมริค ลาปอร์ก และ กาเบรียล เชซุส คือ 3 ผู้เล่นที่อาจจะเป็นหนึ่งในการเจรจาเพื่อดึง เคน เข้ามาร่วมทีม

อย่างไรก็ตามทาง ท็อตแนม ไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยตัวดาวยิงอันดับหนึ่งของพวกเขา โดยมีการกล่าวว่า แดเนียล เลวี ประธานสโมสร จะพยายามโน้มน้าวให้เจ้าตัวค้าแข้งในถิ่นนอร์ทลอนดอนต่อไป

กองหน้าวัย 28 ปีแสดงความต้องการอย่างชัดเจนว่า ต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์และอยากลงเล่นในศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่เจ้าตัวก็ระบุว่าจะขอโฟกัสกับการรับใช้ทีมชาติอังกฤษในศึก ยูโร 2020 และจะยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับอนาคตของในระหว่างนี้

แม้จะมีข่าวการออกมาปฏิเสธข้อเสนอของ สเปอร์ส แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จะไม่ยอมแพ้ในกาคว้าตัว เคน มาร่วมทีมให้ได้ เนื่องจากดาวยิงรายนี้คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังจากที่พวกเขาเพิ่งปล่อยตัว เซร์คิโอ อเกวโร ออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

ดิอาส เผยส่งข้อความหา กุนโดกัน ก่อนเกม โปรตุเกส ปะทะ เยอรมนี

รูเบน ดิอาส กล่าวว่าเขาได้มีการพูดคุยกับ อิลคาย กุนโดกัน เพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล็กน้อยและต่างอวยพรให้ทั้งสองฝ่ายโชคดี ก่อนเกมยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มนัดที่สอง

โปรตุเกส จะพบกับ เยอรมนี ในวันเสาร์นี้ ตามรายงาจาก แมนเชสเตอร์อิฟนิงนิวส์ทีมฝอยทองสามารถเอาชนะ ฮังการี มาได้ 3-0 ในนัดแรก ในขณะที่ เยอรมนี พ่ายต่อ ฝรั่งเศส ไป 0-1 โดยทั้งคู่ต้องโคจรมาพบกันในเกมที่ 2 ซึ่งลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ จะแพ้ไม่ได้ในเกมนี้ดิอาส ได้พูดถึงความพร้อมของทีมและการเจอกับ กุนโดกัน เพื่อนร่วมสโมสรในเกมนัดดังกล่าว โดยระบุว่าเขาได้ส่งข้อความหากันเล็กน้อยซึ่งเป็นการอวยพรให้กันและกันมากกว่า”เท่าที่มันเกิดขึ้น ผมได้คุยกับเขา แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของปรัชญาอะไร ผมแค่อวยพรให้เขาโชคดีและเขาก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ในสนามทั้งสองทีมมีความแข็งแกร่ง เป็นสองทีมที่ดีที่สุดในยุโรป เป็นสองทีมที่ต้องการครองบอล และอยากจะครองเกมให้ได้” เซ็นเตอร์แบ็ค แมนฯ ซิตี้ กล่าว”เรารู้ว่า เยอรมนี นั้นมีความสามารถอะไรบ้าง แต่เราก็มีความแข็งแกร่งและมีอาวุธ พร้อมทั้งความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละทีม ทีมที่จะเก็บชัยชนะได้คือทีมที่สามารถรับมือกับปัญหาในภาพรวมได้ดีกว่า และทีมเตรียมตัวดีกว่าโดยรวม”