บ่อนยกทีมดังพรีเมียร์ฯเต็ง1คว้าเลวานดอฟสกี้ แมนฯ ซิตี้ มา1เลยนะ!!

ร้านพูลเปิดราคาทีมใหม่ของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยกสโมสรดังใน พรีเมียร์ลีก เป็นเต็ง 1 หลังมีข่าวพร้อมลา บาเยิร์น ไปหาความท้าทายใหม่

เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ ของ บาเยิร์น มิวนิค มาเสริมทัพ

ก่อนหน้านี้ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดัง รายงานว่า เลวานดอฟสกี้ ที่จะอายุครบ 33 ในวันเสาร์นี้ ต้องการอำลา “เสือใต้” ไปหาความท้าทายใหม่ก่อนที่ตัวเองจะอายุ 35 ปี ขณะที่ บาเยิร์น ตั้งค่าตัวไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท)

เบตแฟร์ เปิดราคาให้ “เรือใบสีฟ้า” เป็นเต็ง 1 ได้ เลวานดอฟสกี้ ที่อัตราต่อรอง 3/1 (แทง 1 จ่าย 3 ไม่รวมทุน) ขณะที่ เรอัล มาดริด ตามมาเป็นเต็ง 2 ที่ราคา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ เลวานดอฟสกี้ หากลา บาเยิร์น
1. แมนฯ ซิตี้ 3/1
2. เรอัล มาดริด 12/1
3. เปแอสเช 16/1
3. แมนฯ ยูไนเต็ด  16/1
5. ลิเวอร์พูล 25/1
5. ยูเวนตุส  25/1
7. บาร์เซโลน่า 33/1
7. สเปอร์ส   33/1
7. เชลซี  33/1

 

มีแมนยูไหมน้า?บาร์นส์ฟันธงแค่2ทีมแย่งแชมป์พรีเมียร์ฯ

เซฟเก็บไว้ดูเลยจะแม่นจริงหรือเปล่า? จอห์น บาร์นส์ ฟันธงมีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่จะแย่งแแชมป์ พรีเมียร์ลีก

จอห์น บาร์นส์ ตำนานปีก ลิเวอร์พูล เชื่อว่า “หงส์แดง” จะแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ แต่ก็เตือน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องบริหารการใช้งานนักเตะด้วยความระมัดระวัง

    บาร์นส์ วัย 57 ปี ซึ่งค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ระหว่างปี 1987-1997 แสดงความเห็นผ่าน เบสต์ออฟเบตส์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า “แน่นอนพวกเขา (ลิเวอร์พูล) มีสิทธิ์คว้าแชมป์ ลีก แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็เช่นกัน”

“ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ดูแข็งแกร่งเช่นเดียวกับ เชลซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พวกเขาเซ็นสัญญากับ โรเมลู ลูกากู แต่ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ จะแย่งชิง 2 อันดับแรก ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี โดยอาจไม่ได้เรียงอันดับตามนี้”

    “ผมเชื่อว่า ถ้า ลิเวอร์พูล สามารถทำให้นักเตะทุกคนฟิตไปตลอด หรืออย่างน้อยก็มีนักเตะหลักใช้งาน พวกเขาก็จะไปได้ไกล ผมคิดว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มีเกมที่ยอดเยี่ยมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมันก็เยี่ยมที่ได้เห็นเขากลับมาลงสนามได้แล้ว”

    “มันดูเหมือนว่า เขาไม่เคยผ่านการเจ็บหนักจนต้องพักยาวมาก่อนเลยซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อกับการเจ็บรุนแรงแบบนั้น นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังเล่นเป็นทีมได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ต้องใช้งานนักเตะด้วยความระมัดระวังด้วยเช่นกัน” น้าบาร์นส์ ทิ้งท้าย

จิตใจแน่วแน่! “เคน” ไม่มีลังเลอยากย้ายซบแมนซิตี้ก่อนตลาดปิด

สื่อดังในอังกฤษ ตีข่าว แฮร์รี่ เคน หัวหอกกัปตันทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่มีลังเลหรือคิดเปลี่ยนใจเรื่องย้ายทีม โดยหวังจะได้ย้ายไปเล่น”เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ตลาดพ่อค้าแข้งจะปิดตัว

  แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังคงคาดหวังว่าจะได้ย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์จะปิดตัวปลายเดือนสิงหาคมนี้ จากการเปิดเผยของ “เทเลกราฟ” สื่อดังในเมืองผู้ดี

หัวหอกกัปตันทีม “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้มีชื่อและก็ไม่โผล่มาที่สนามแมตช์ที่ต้นสังกัด เฉือน แมนฯ ซิตี้ 1-0 ในถิ่นตัวเองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะมีการยืนยันเหตุผลมาจากสภาพร่างกายของนักเตะไม่ฟิต

           หลายคนเชื่อว่ามาจากเรื่องที่ เคน ต้องการย้ายทีม โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า “เรือใบสีฟ้า” ได้ยื่นข้อเสนอครั้งที่ 2 ให้ สเปอร์ส พิจารณาด้วยจำนวนเงิน 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,280 ล้านบาท)  หลังจากที่ล้มเหลวในการยื่นข้อเสนอครั้งแรกจำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) ช่วงต้นซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตาม แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยืนกรานตัวเลขต้องอยู่ในระดับ 160 ล้านปอนด์ (ราว 7,040 ล้านบาท) เท่านั้น ถึงจะยอมพิจารณาปล่อยตัว เคน ย้ายไปเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

กระนั้นด้วยความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นระหว่าง เคน ซึ่งเพิ่งลงซ้อมครั้งแรกกับสโมสรเมื่อวันอังคารที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังต้องซ้อมแยกคนเดียวนับตั้งแต่ที่กักตัวจากโควิด-19 กับ เลวี่ มันเป็นเรื่องยากที่จะหาทางแก้ปัญหาได้

ด้วยเหตุนี้ “เทเลกราฟ” รายงานว่า เคน ไม่ลังเลเรื่องที่จะย้ายออกจากสโมสร โดยเป้าหมายก็คือต้องการไปเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเรื่องนี้นักเตะแสดงออกอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงปลายซีซั่นที่ผ่านมาแล้ว

ทั้งนี้ เคน จะเดินทางไปกับ สเปอร์ส หลังจากที่เขามีชื่ออยู่ในทีมชุดที่ต้องเยือน ปากอส เด แฟร์เรยร่า  สโมสรจากประเทศโปรตุเกส ในศึกยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก วันพฤหัสบดีที่ 19 ส.ค.นี้

 

แมนซิตี้สนไหม?เอเยนต์เสนอส่งโด้ให้ราคาลดกระหน่ำ

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อาจมีเคือง หลังเอเยนต์เสนอ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้ แมนฯ ซิตี้ ซื้อในราคาไม่แพง หลังมีข่าว ยูเวนตุส พร้อมปล่อยในซัมเมอร์นี้เพื่อลดค่าเหนื่อยในทีม

จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ส่วนตัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส เสนอนักเตะในความดูแลของตัวเองให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก คว้าไปเสริมทัพในราคาแค่ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,150 ล้านบาท) เท่านั้น ตามรายงานจาก คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่ออิตาลี เมื่อวันอังคารที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส เหลือสัญญากับ “เจ้าม้าลาย” อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และ ยูเวนตุส ก็พร้อมขายในซัมเมอร์นี้เลย เพื่อที่จะประหยัดค่าเหนื่อยไปได้ถึง 25.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,173 ล้านบาท) โดยที่เจ้าตัวก็มีข่าวพัวพันกับทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เรอัล มาดริด และ แมนฯ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัด

ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ กำลังมองหากองหน้าคนใหม่ โดยมี แฮร์รี่ เคน ดาวยิง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องเจอปัญหาในการคว้าตัว เนื่องจาก แดเนียล เลวี่ ประธานสโมสร “ไก่เดือยทอง” ไม่ต้องการปล่อยในซัมเมอร์นี้ หรือถ้าขายก็ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,900 ล้านบาท)

จากกรณีดังกล่าวทำให้ เมนเดส เสนอ โรนัลโด้ วัย 36 ปี เป็นทางเลือกให้ แมนฯ ซิตี้ ดึงไปร่วมทีม เนื่องจากมีค่าตัวไม่แพง อย่างไรก็ตาม ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงคงสร้างความไม่พอใจให้แฟนบอล “ปีศาจแดง” อย่างมาก เพราะดาวเตะโปรตุกีส เคยค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่างปี 2003-2009 ลงเล่นไป 192 เกม ทำได้ 118 ประตู

งานยากกว่าเดิมแน่! 4เหตุผลที่อาจทำแมนฯซิตี้ชวดป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021/22 กำลังจะรูดม่านเปิดฉากขึ้นแล้วในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจะมีการขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างสนุก หลังจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ต่างเสริมทัพได้น่าสนใจในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้

แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าคือหนึ่งในทีมที่ได้รับการจับตามองและยังถูกยกให้เป็นทีมเต็งที่จะป้องกันแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะพา “เรือใบสีฟ้า” เถลิงแชมป์ไปครอในฤดูกาล 2021/21 ด้วยเหตุผลเหล่านี้

– ไร้กองหน้าอาชีพ :   ปฏิเสธไมได้ว่าหนึ่งปัญหาหลักของ แมนฯ ซิตี้ ตอนนี้คือการขาดกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติ หลังจากพวกเขาต้องเสีย เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นจึงทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีกองหน้าให้เลือกใช้ค่อนข้างจำกัด โดยเหลือเพียง กาเบีรยล เชซุส เท่านั้น แต่ก็ยังฝากผีฝากไข้ไม่ได้ในระยะยาว ฤดูกาลที่แล้วแม้ว่า เป๊ป จะปรับมาใช้แผนการเล่นในรูปแบบ “ฟอลส์ ไนน์” ในช่วงหนึ่งโดยดันผู้เล่นมิดฟิลด์ไปยืนเป็นกองหน้าตัวหลอก ซึ่งทีมก็ทำผลงานได้ดีและเอาตัวรอดมาได้ แต่เชื่อว่าในฤดูกาลหน้าหลายๆทีมน่าจะจับทางได้มากขึ้น  ย้อนไปในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขามีปัญหาในเรื่องการจบสกอร์อยู่พอสมควร แม้ว่านักเตะส่วนใหญ่จะเป็นแข้งตัวสำรองก็ตาม ขณะที่การได้ตัว แจ็ค กรีลิช มาเสริมทัพนั้นก็อาจจะมาเพิ่มศักยภาพในแนวรุกมากขึ้น แต่หาก “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้ตัว แฮร์รี่ เคน มาจาก สเปอร์ส หรือกองหน้าระดับท็อปของยุโรป โอกาสที่จะป้องกันแชมป์จะเป็นงานยากขึ้นอย่างแน่นอน

– เตรียมความพร้อมช้ : ในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่นก่อนที่ฤดูกาลใหม่ที่เปิดฉากขึ้น ถือเป็นช่วงสำคัญที่หลายๆทีมจะได้เตรียมความพร้อมกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะบรรดาทีมใหญ่ที่ได้ลองทีมส่งแข้งตัวหลักลงมาวอร์มเครื่องกันบ้างแล้ว   อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับ แมนฯ ซิตี้ เนื่องจากพวกเขามีแข้งถึง 14 รายที่ต้องเดินทางปรับใช้ชาติในการลงเล่นในศึกยูโร 2020 ที่ผ่านมา รวมถึง กาเบรียล เชซุส และ เอแดร์ซอน ที่ไปเล่นในศึกโกปา อเมริกา โดยที่ผู้เล่นเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้พักร้อนเพิ่มขึ้น และไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมปรีซีซั่นทั้งหมด และเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ซึ่งเป็นจุดที่ เป๊ป กังวลว่าเขามันจะทำให้พวกเขาฟอร์มแกว่งตั้งแต่เปิดฤดูกาลเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา

– ทีมลุ้นแชมป์เสริมทัพกันน่ากลัว : ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นทีมที่มีลุ้นแย่งแชมป์ต่างเดินหน้าเสริมทัพได้น่ากลัว เริ่มตั้งแต่คู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่คว้าทั้ง เจดอน ซานโช่ และ ราฟาแอล วาราน มาร่วมทีมได้แล้ว ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการแก้ตัวจากซีซั่นที่แล้วพาทีมกลับมาครองความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง   ขณะที่ ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์เมื่อฤดูกาล 2019/20 แม้ว่าจะไม่ได้เสริมทัพสตาร์มาร่วมทีม โดยได้ อิบราฮิม โกนาเต้ กองหลังมาเพียงรายเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาจะได้แกนหลักที่เจ็บยาวมาจากฤดูกาลที่แล้วอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กลับมายืนเฝ้าแนวรับอีกครั้ง ซึ่งน่าจะทำให้ “หงส์แดง” น่าจะมีผลงานที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน   ส่วน เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ก็กำลังมีผลงานดีขึ้นตามลำดับ โดยสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลที่แล้ว และเชื่อว่ากุนซือชาวเยอรมันหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ และในช่วงซัมเมอร์นี้ก็เสริมทัพได้น่าสนใจด้วยการคว้าตัว โรเมลู ลูกากู กองหน้าจาก อินเตอร์ มิลาน กลับมาถล่มประตูอีกครั้ง

– โฟกัสในแชมเปี้ยนส์ลีก : แมนฯ ซิตี้ ยังคงตามหาแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นรายการเดียวที่พวกเขายังไปไม่ถึงฝั่งฝัน หลังจากซีซั่นที่แล้วผิดหวังแพ้ต่อ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศไปแบบน่าเสียดาย     แน่นอนว่าถ้วยรายการนี้จะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มุ่งมั่นจะพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้ หลังจากกุนซือชาวสแปนิชเข้ามากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” ตั้งแต่ปี 2016 พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 3 สมัย และการโฟกัสกับการลุยถ้วยยุโรปก็อาจส่งผลต่อผลงานในลีกได้เช่นกัน

เรือผิดฟอร์ม!สิ่งที่อยากบอกหลังเกมสเปอร์สดับแมนซิตี้

    เมื่อสำเภาเศรษฐีอัปปางที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม นี่คือสิ่งที่ผู้ชมทางบ้านอย่างอยากจะบอกอย่างกระชับๆ

    1 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปล่อยของแพงอย่าง แจ็ค กรีลิช ลงมาอวด แต่ยังไม่มีตัวหลักอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และเอ่อ..อ..อ..แฮร์รี่ เคน

ขณะที่เจ้าถิ่นก็ยังไม่มี แฮร์รี่ เคน เช่นกัน

  2 เห็นแผงหลังของ สเปอร์ส แล้วขอเรียนว่าไม่น่าเอาอยู่ โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ฯ อย่าง ดาวิซอน ซานเชซ กับ เอริก ดายเออร์

ช่วง 25 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายบุกกระหน่ำอยู่ข้างเดียวจนน้องไก่เป๋ไปก็เป๋มา แต่จังหวะสุดท้ายดันไม่เด็ดขาดเอง จึงเอาโอกาสงามๆ ไปยัดลงชักโครกหมด

หลังจากนั้น สเปอร์ส ก็เริ่มตั้งหลักได้ ก่อนตอบโต้แบบเจ็บๆ เป็นระยะ

วิธีการของพวกน้องไก่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คือถอยตั้งรับ ให้แดนกลางบดบี้พลางเข้าบอลหนักๆ แล้วสวนกลับเร็วโดยใช้ตัวรุก 3 คนช่วยกัน

สตีเว่น เบอร์กไวน์ กับ ลูคัส มูร่า โดยมีทีเด็ดอยู่ที่กองหน้าตัวเป้าอย่าง ซน ฮึง มิน

3 แมนฯ ซิตี้ ครองบอลบุกมากกว่าตามเชิงก็จริง แต่เล่นกันผิดฟอร์มไปหน่อย เฉพาะอย่างยิ่งจังหวะสุดท้ายที่ขาดๆ เกินๆ ไม่ได้สร้างความกดดันให้เจ้าบ้านสักเท่าไหร่

ส่วน สเปอร์ส นั้นกลับกัน เกมรับไม่พลาดง่ายๆ ตรงกลางก็แน่นมาก เพราะมีทั้ง ฮอยแบร์ก, ฮอยเบียร์จ, ฮอยเบิร์ก และฮอยเบียร์ เชี่ย…ตกลงจะพากย์ว่าอะไรก็น่าจะตกลงกันก่อน

ที่สำคัญคือพวกเขาทุ่มเท 80 ตีนถีบเหมือนเคียดแค้น แมนฯ ซิตี้ ที่จะมาพราก ‘เจ้าชายแฮร์รี่’ ของพวกเขาไป

4 แจ็ค กรีลิช ยังใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเล่นมากกว่าเล่นเป็นทีมเวิร์คตามระบบของทีมนะครับ

ฟอร์มการเล่นอาจไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ถึงกับเลอเลิศ แถมตอน เดอ บรอยน์ ลงมาจะเห็นได้ว่ามีอิทธิพลต่อเกมมากกว่าอย่างชัดเจน

สุดท้ายคนที่แย่งซีนไปหมดคือ ‘ตี๋ซน’ ที่แสดงให้เห็นว่าเพียงลำพังก็สามารถเล่นงานเกมรับของ แมนฯ ซิตี้ ให้ปั่นป่วนได้

5 แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่หากโดนก่อนมักจะหาทางกลับมาจากป่าช้าไม่ค่อยเจอนะครับ ยิ่งเป็นแชมป์เก่า ยิ่งเจองานหนักขึ้น

อย่างไรก็ตาม

ซีซั่นที่แล้ว พวกเขาก็แพ้ไก่ที่นี่…มิใช่หรือ ???

บางทีความปราชัยอาจเร่งให้พวกเขาต้องรีบ ‘เอานะ’ แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมเร็วๆ ด้วยซ้ำ

แพงสุดก็แพ้ได้!เปิดค่าตัว11ตัวจริงแมนซิตี้เกมดวลสเปอร์ส

11 ตัวจริงของ แมนฯ ซิตี้ ในนัดล่าสุดนั้น นับเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันสูงเป็นสถิติของ พรีเมียร์ลีก แถมซุ้มม้านั่งสำรองของพวกเขาก็มีค่าตัวรวมกันสูงมากๆ ด้วย

11 ตัวจริงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดที่ออกไปแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-1 ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นชุดตัวจริงที่มีค่าตัวในการย้ายทีมรวมกันต่อ 1 เกม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยมูลค่า 528.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 24,329.4 ล้านบาท)

    แมนฯ ซิตี้ ตั้งใจจะเก็บ 3 แต้มเพื่อประเดิมการป้องกันแชมป์ให้ได้จนส่งชุดที่ดีที่สุดลงเล่นในเกมกับ สเปอร์ส ซึ่งนั่นรวมถึงการให้ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่มีค่าตัว 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ลงเล่นเป็นตัวจริงด้วย ขณะที่คนค่าตัวสูงรายอื่นๆ ที่เป็นตัวจริงในเกมกับ สเปอร์ส ก็มีอย่างเช่น ริยาด มาห์เรซ ที่มีค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,760 ล้านบาท) และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ทาง แมนฯ ซิตี้ เคยจ่ายให้ ลิเวอร์พูล 49 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,254 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาร่วมทัพทั้งนี้ ขนาดตัวสำรองของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส ยังมีค่าตัวรวมกันอยู่ที่ 295.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 13,583.8 ล้านบาท) เลยทีเดียว โดยมีอย่างเช่น เควิน เดอ บรอยน์ ที่ แมนฯ ซิตี้ เคยควักเงินไป 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,484 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาเสริมแกร่ง และ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ที่มีค่าตัว 57 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,622 ล้านบาท) เป็นต้น

ค่าตัวของผู้เล่น แมนฯ ซิตี้ ในเกมกับ สเปอร์ส
ตัวจริง
เอแดร์ซอน โมราเอส 34.9 ล้านปอนด์
ชูเอา กานเซโล่ 60 ล้านปอนด์
แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ 49.3 ล้านปอนด์
รูเบน ดิอาส 64.5 ล้านปอนด์
นาธาน อาเก้ 40 ล้านปอนด์
แฟร์นันดินโญ่ 30 ล้านปอนด์
อิลคาย กุนโดกัน 20.4 ล้านปอนด์
แจ็ค กรีลิช 100 ล้านปอนด์
ราฮีม สเตอร์ลิง 49 ล้านปอนด์
ริยาด มาห์เรซ 60 ล้านปอนด์
เฟร์ราน ตอร์เรส 20.8 ล้านปอนด์

ตัวสำรอง
แซ็ค สเตฟเฟ่น 5 ล้านปอนด์
ไคล์ วอล์คเกอร์ 50 ล้านปอนด์
จอห์น สโตนส์ 47.5 ล้านปอนด์
โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้ 1.7 ล้านปอนด์
อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ 57 ล้านปอนด์
กาเบรียล เชซุส 28.6 ล้านปอนด์
โรดรี้ 62.5 ล้านปอนด์
เควิน เดอ บรอยน์ 54 ล้านปอนด์
แบร์นาร์โด้ ซิลวา 43 ล้านปอนด์

เป๊ปสวนกลับคล็อปป์-ชี้เจ้าของแมนซิตี้ไม่ได้หากำไรจากทีมตัวเอง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกโรงสวนกลับคำพูดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่บอกว่าทีมอื่น ๆ พร้อมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าผู้เล่นดัง ๆ เข้ามา โดยกุนซือสแปนิชมองว่าไม่ใช่เรื่องมีปัญหาอะไรกับการคว้าผู้เล่นราคาแพงในเมื่อพวกเขาสามารถทำได้ อีกทั้งยังเหน็บแนมอีกว่า เจ้าของทีมเรือใบสีฟ้า ไม่ได้ต้องการเข้ามาเพื่อหากำไรจากทีมตัวเอง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โต้กลับคำพูดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ที่บอกว่าทีมอื่น ๆ พร้อมทุ่มเงินไร้ขีดจำกัดเพื่อคว้าผู้เล่นชื่อดังเข้าสู่ทีม และถูกโยงไปที่ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,600 ล้านบาท เพื่อคว้า แจ็ค กรีลิช

คล็อปป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามเรื่องประเด็นว่า ลิเวอร์พูล เพิ่งคว้านักเตะใหม่มาแค่รายเดียว(อิบราฮิม่า โกนาเต้) ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า “หงส์แดง” ไม่มีเงินที่จะไปทุ่มคว้าผู้เล่นแพง ๆ เหมือนทีมอื่น ๆ ที่สามารถใช้เงินอย่างไรขีดจำกัด

ในเรื่องนี้เอง กวาร์ดิโอล่า ก็ออกมาพูดตอบกลับก่อนที่ตัวเองมีคิวพา “เรือใบสีฟ้า” ประเดิมสนาม พรีเมียร์ลีก นัดแรกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในคืนวันอาทิตย์ โดยบอกว่า สิ่งที่สโมสรทำไม่ใช่เรื่องผิด ทุกอย่างเป็นไปตามกฎการเงินที่ถูกตั้งไว้อยู่แล้ว

“เราซื้อ แจ็ค กรีลิช มาได้ก็เพราะว่าเราขายนักเตะได้ 60 ล้านปอนด์ ก็เท่ากับว่าเราจ่ายเงินไป 40 ล้านปอนด์ มิเช่นนั้น เราไม่สามารถทำได้หรอก”

“แต่ละสโมสรแนวทาง มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง ผมเคยพูดก็มาก่อนหน้านี้ มีเจ้าของทีมหลายคนที่ต้องการได้กำไรเพื่อตัวเอง แต่เจ้าของทีมเราไม่ได้ต้องการกำไร พวกเขาอยากจะลงทุนกับทีม หากเขาสามารถใช้เงินได้ เขาก็จะทำ”

“ในอดีต แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล กวาดแชมป์ลีกมามากมาย เพราะพวกเขาใช้เงินจำนวนมากกว่าทีมอื่น ๆ คุณยังจำได้ใช่ไหม? ตอนนั้น แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่มีเจ้าของเหมือนในตอนนี้ ใน อิตาลี ก็มี แบร์ลุสโคนี่(เอซี มิลาน) และ ปิเรลลี่ กับ อินเตอร์ ซึ่งพวกเขาก็จ่ายเงินไปมาก”

“ก่อนหน้านี้มีแค่หนึ่งหรือสองสโมสร แต่จากนั้นก็มีทีมอื่น ๆ เชลซี มี โรมัน อบราโมวิช ส่วนเราก็มี ชีค มันซูร์ พวกเขาต่างต้องการที่จะมาอยู่ในโลกใบนี้(ฟุตบอล) แล้วปัญหามันคืออะไรล่ะ? เราก็ถูกจำกัดด้วยกฏไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์”

“เราอยู่ในกฏเดียวกับทุกคน ซึ่งหากมีสโมสรใดต้องการใช้เงินมากกว่าทีมอื่น ๆ พวกเขาก็ทำได้ถ้าพวกเขาจะทำ หากเราทำผิด ก็พิสูจน์มาได้เลย”

แก้ไม่ตรงจุด!บาร์นส์ชี้แมนซิตี้ทำพลาดดึงกรีลิชร่วมทัพ

จอห์น บาร์นส์ อดีตยอดปีกของ ลิเวอร์พูล ระบุ ที่จริงแล้ว แมนฯ ซิตี้ ควรจะเอา แฮร์รี่ เคน มาร่วมทีมมากกว่า แจ็ค กรีลิช โดยมองว่าเดิมที “เรือใบสีฟ้า” ก็มีแข้งแบบเดียวกับ กรีลิช เยอะในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

จอห์น บาร์นส์ ตำนานปีกของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสริมทัพผิดจุดที่เอา แจ็ค กรีลิช มาร่วมทัพ เพราะคิดว่า แฮร์รี่ เคน น่าจะช่วยทีมได้มากกว่า

   กรีลิช กับ เคน คือ 2 คนที่ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ซิตี้ อย่างหนักตลอดช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ ก่อนที่สุดท้าย “เรือใบสีฟ้า” จะปิดดีลกับ กรีลิช ได้ไปแล้ว แต่จากการที่พวกเขาเคยจ่ายเงินไปถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,600 ล้านบาท) ในดีลของ กรีลิช ทำให้บางคนเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ อาจจะไม่สามารถดึง เคน มาร่วมทัพได้อีกบาร์นส์ เผยว่า “แฮร์รี่ เคน น่าจะเป็นคนที่มีความสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า แจ็ค กรีลิช เยอะ ซิตี้ ไม่ได้ขาดคนที่มีความสร้างสรรค์ในการเล่นสักหน่อย พวกเขาสร้างโอกาสทำประตูได้มากมายก่ายกองจากนักเตะอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ เควิน เดอ บรอยน์”

“แน่นอนว่าการเอา กรีลิช มาอยู่กับทีมได้ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าคือการที่พวกเขาต้องหากองหน้าตัวเป้าให้ได้ พวกเขาต้องการคนที่รับประกันวันจะทำประตูให้กีบทีมได้ กาเบรียล เชซุส มีฝีเท้าในระดับที่โอเค แต่เขาไม่ได้เก่งระดับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ในขณะที่ แฮร์รี่ เคน คือคนที่จะรับประกันได้ว่าจะทำประตูให้ทีมได้เป็นกอบเป็นกำ”

“มันน่าสนใจมากๆ ในการรอดูว่า กรีลิช จะเข้ากับขุมกำลังชุดนี้ได้ยังไง เป๊ป จะยอมดร็อป ฟิล โฟเด้น, สเตอร์ลิง หรือแม้กระทั่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา งั้นเหรอ ? ซิตี้ ดึงนักเตะสไตล์เดียวกับที่พวกเขามีอยู่แล้วมาร่วมทีมซะอย่างนั้น ถึงแม้การเซ็นสัญญากับนักเตะชาวอังกฤษวัย 26 ปีมาร่วมทีมมันจะเป็นเรื่องดีต่ออนาคตของพวกเขา แต่เขาไม่ใช่คนที่จะทำให้ทีมเก่งขึ้นแบบทันทีได้ แต่ แฮร์รี่ เคน คือคนที่สามารถทำแบบนั้นได้”

ปีแรกก็ขอเยอะซะแล้ว! “กรีลิช” ประกาศก้องนำแมนซิตี้ซิวแชมป์ชปล.

แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่งแถลงข่าวเปิดใจหลังจากที่ย้ายมาเล่นให้ “เรือใบสีฟ้า” พร้อมระบุเป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ และยืนยันเป้าหมายหลักคือการนำความสำเร็จสู่สโมสรโดยเฉพาะแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกเขาปรารถนากันมานาน

 แจ็ค กรีลิช กองกลางทีมชาติอังกฤษของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งเป้านำ “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อให้คุ้มกับจำนวนเงินที่สโมสรทุ่มซื้อตนมาร่วมทีม
          ดาวเตะวัย 25 ปี สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษหลังย้ายจาก แอสตัน วิลล่า มาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัวมหาศาล 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,400 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เพลย์เมกเกอร์ทัพ “สิงโตคำราม” มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ไปแล้วในเกมชิงโล่การกุศล ศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ พ่ายให้กับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 

         ล่าสุด กรีลิช มีโอกาสเปิดตัวกับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” เป็นครั้งแรก และได้นั่งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดใจเกี่ยวกับเป้าหมายของเขาในการย้ายมาเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ เพื่อสานฝันของต้นสังกัดให้เป็นจริงในการเป็นจ้าวยุโรป

 “สโมสรเกือบได้แชมป์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เมื่อปีที่ผ่านมา นั่นคือเหตุผลที่ผมย้ายมาที่นี่ มันเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมบอกกับผมตอนที่เราพูดคุยกัน ผมมองไปรอบๆ ห้องแต่งตัวและมีนักเตะพร้อมสวรรค์มากมาย”“รวมทั้งยังมีขุมกำลังเชิงลึกที่ทำให้ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเราสามารถทำสิ่งนี้ได้ในปีนี้ เรามีนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกหลายคน และขุมกำลังเชิงลึกในทุกๆ ตำแหน่งที่สุดยอดมากๆ เราคาดหวังที่จะคว้าแชมป์ในทุกๆ รายการสำหรับฤดูกาลนี้”  นอกจากนี้ กรีลิช ซึ่งอยู่กับ วิลล่า มาตลอดทั้งชีวิตโดยย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่ต้องตัดสินใจอำลาสโมสร “นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดของผม แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ มันเป็นโอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ และเล่นเคียงข้างนักเตะอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งผมได้ดูเขาเล่นมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา”